วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

blogของเพื่อนๆ

25/1เตย http://toeiiz.blog.mthai.com/
25/2จ๊ะเอ๋ http://easyinstyle.blog.mthai.com/
26.เนตร http://blog.hunsa.com/N3dziiz
27.ออย
http://prapipis.blogspot.com
28.นก http://blog.hunsa.com/loveberry
29.โบว์ http://blog.hunsa.com/pornpan29
30.แอน http://blog.hunsa.com/30pitchaya
31.แพน http://blog.hunsa.com/sweetblood
32.มีน http://blog.hunsa.com/cassio77mean
33.อ๋อม http://omzababo.blogspot.com
34.ดา http://ziipeezodazza.blogspot.com
35.ไนล์ http://nileiiwarissara.blogspot.com

11กระบวนท่าแอ๊บแบ๊ว สู่ความสำเร็จของสาวๆ

1.อ๊ะ ฟู่ (เป่าลมสลายใจ) หาตำราท่า เพื่อใช้มัดใจหนุ่มมาให้แล้ว ค่อยๆเรียนนะครับ
2.เค้ากัวน๊า (ขอโทดสยบปฐพี)
3.อ๊ะ บาย (โบก ลา ตัดเยื่อใย)
4.บร๊าเร๋อ (ด่าเทอใจระทวย)
5.จอดรับเค๊าหน่อยน๊า(อ๊อดอ้อนสยบเทอ)
6.ตัวยิงเค้าเลยสิ (ท้าฟ้าให้จำนน)
7.โอ๊ย โหย๋ (บ๊องแบ๋วให้เทอรัก)
8.อ๊ะ ต่อยเค้าสิ (กำปั้นไม่อาจทำ)
9.อ๊ะ เพี้ยว (เล็งใจ ให้โอดครวญ)
10.อ๊ะ อึ๊บบบ (นางแอ่นถลาใจ)
11.เรียกเค้าป๊ะ (สยบชายด้วยแอ๊บแบ๊ว)

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

งานภาษาอังกฤษ Two monks

งานบทความภาษาอังกฤษค่ะ

Two monks

Two monks on a pilgrimage came to the ford of a river. there they saw a girl dressed in all her finery, obviously not knowing what to do since the river was high and she did not want to spoil her clothes. Without more ado, one of the monks took her on his back, carried her across and put her down on dry ground on t he other side

Then the monks continued on their way. But the other monk after an hour started complaining “Surely it is not right to touch a women, it is against the command to have close contact with woman. How could you go against the rules of monks?”

The monk who had carried the girl walked Along silently, but finally he remarked, I set her down by the river an hour ago, why are you still carrying her.?

Ormgard Schloegk
The Wisdom of Zen Masters

+ถอดความ นิราศนรินทร์+

ถอดความ นิราศนรินทร์
ผู้แต่ง นายนรินทร์ธิเบศ


๑. ศรีสิทธิ์พิศาลภพ
เลอหล้าลบล่มสวรรค์
จรรโลงโลกกว่ากว้าง
แผนแผ่นผ้างเมืองเมรุ
ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า
แจกแสงจ้าเจิดจันทร์
เพียงรพิพรรณผ่องด้าว
ขุนหาญห้าวแหนบาท
สระทุกข์ราษฎร์รอนเสี้ยน
ส่ายเศิกเหลี้ยนล่งหล้า
ราญราบหน้าเภริน
เข็ญข่าวยินยอบตัว
ควบค้อมหัวไหว้ละล้าว
ทุกไทน้าวมาลย์น้อม
ขอออกอ้อมมาอ่อน
ผ่อนแผ่นดินให้ผาย
ขยายแผ่นฟ้าให้แผ้ว
เลี้ยงทแกล้วให้กล้า
พระยศไท้เทิดฟ้า
เฟื่องฟุ้งทศธรรม
ท่านแฮ
1.อยุธยา เป็นเมืองที่กว้างใหญ่สวยงามกว่าเมืองใดในโลก จนชนะสวรรค์ได้ พระมหากษัตริย์ทรงผดุงแผ่นดินให้กว้างขวางราวกับแผ่นดินสวรรค์ อยุธยางามรุ่งเรืองในท้องฟ้า ส่องแสงสว่างจ้ากว่าแสงจันทร์ และสว่างราวแสงอาทิย์ที่ส่องโลก พระมหากษัตริ์ทรงมีแม่ทัพผู้กล้าหาญทรงขจัดความทุกข์ของชาวเมือง และทรงปราบศัตรูได้ราบคาบ พระเดชที่ร่ำลือทำให้แผ่นดินอื่นเกรงกลัว พากันนอบน้อมเป็นเมืองขึ้น พระองค์ทรงขยายอาณาจักรไปกว้างขวาง ทรงบำรุงทหารให้กล้าแข็ง และทรงชี้ทางประเสริฐให้แก่ประชาชนของพระองค์ ด้วยพระเดชานุภาพแพระบารมีที่เลื่องลือ ทรงเนพระมหากษัตริ์ที่ทรงมีพระเกียรติยศที่ได้รับการยกย่องไปถึงสวรรค์ และมีทศพิธราชธรรมที่เลื่องลือ

๒. อยุธยายศล่มแล้ว
ลอยสวรรค์ ลงฤา
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร
เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์
ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า
ฝึกฟื้นใจเมือง
2.กรุงศรีอยุธยาล่มแล้ว ที่เห็นว่ารุ่งเรืองนั้นได้ลอยลงจากสวรรค์แล้วหรือ..ปราสาทราชวังที่งดงาม ตระการอยู่บนแผ่นดิน บุญที่พระองค์ได้สร้างไว้พระองค์ได้ทำนุบำรุงศาสนาให้รุ่งเรือง ได้ปิดบังทางแห่งความล่มจม ทรงให้ราษฎรตื่นจากความหลงในการบาปต่างๆ
๓.เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น
พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง
ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง
เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า
แก่นหล้าหลากสวรรค์
3.ความรุ่งเรืองของพระรัตนตรัย ซึ่งรุ่งเรืองยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ มีการแสดงธรรมทุกค่ำเช้า เจดีย์ที่เรียงรายสูงเสียดกัน มองดูงดงามยิ่งกว่าแสงจากแก้วเก้าประการ เป็นหลักของแผ่นดินและสวรรค์

๔. โบสถ์ระเบียงมรฑปพื้น
ไพหาร
ธรรมาสน์ศาลาลาน
พระแผ้ว
หอไตรระฆังขาน
ภายค่ำ
ไขประทีปโคมแก้ว
ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์
4.ทั้งโบสถ์ระเบียงมณฑปและวิหาร ธรรมาสน์ ศาลาลาน หอไตร เสียงระฆังตอนค่ำ แสงจากโคมสว่างไปทั่วท้องฟ้า ทำให้แสงจันทร์สว่างน้อยลง

๑๐. โฉมควรจักฝากฟ้า
ฤาดิน ดีฤา
เกรงเทพไท้ธรณินทร์
ลอบกล้ำ
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน
บนเล่า นะแม่
ลมจะชายชักช้ำ
ชอกเนื้อเรียมสงวน
10.จะฝากน้องกับฟ้าหรือดินดี ถ้าฝากฟ้าก็ไม่ไว้ใจเทวดา ฝากกับลม ลมก็จะทำให้น้องบอบช้ำ

๔๕. ชมแขคิดใช่หน้า
นวลนาง
เดือนดำหนิวงกลาง
ต่ายแต้ม
พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง
จักเปรียบ ใดเลย
ขำกว่าแขไขแย้ม
ยิ่งยิ้มอัปสร
45.ดูพระจันทร์ก็รู้ว่าไม่ใช่หน้าของน้อง เพราะที่กลางดวงจันทร์มีรอยตำหนิเป็นรูปกระต่าย แต่หน้าของน้องอิ่มสะอาด จะเอาสิ่งใดมาเปรียบเทียบมิได้เลย งามยิ่งกว่าดวงจันทร์ และงามยิ่งกว่ายิ้มของนางอัปสร

๑๑๘. ถึงตระนาวตระหน่ำซ้ำ
สงสาร อรเอย
จรศึกโศกมานาน
เนิ่นช้า
เดินดงท่งทางละหาน
หิมเวศ
สารสั่งทุกหย่อมหญ้า
ย่านน้ำลานาง
118.ถึงเมืองตระนาวศรี สงสารน้อง ไปศึกมานานช้า เดินดงทุ่งและน้ำ ได้สั่งหญ้าและน้ำฝากให้ส่งไปถึงน้อง

๑๒๒. พันเนตรภูวนาถตั้ง
ตาระวัง ใดฮา
พักตร์สี่แปดโสตฟัง
อื่นอื้อ
กฤษณนิทรเลอหลัง
นาคหลับ ฤาพ่อ
สองพิโยคร่ำรื้อ
เทพท้าวทำเมิน
122.พระอินทร์จะตั้งตาคอยระวังใครอยู่ พระพรหมก็ฟังเสียงอื่นเสียหมด พระนารายณ์ก็บรรทมเหนือพญานาคหรืออย่างไร ท่านเหล่านั้นทำไมจึงได้เมินเฉยต่อความโศกเศร้าของเราทั้งสอง

๑๔๐. ตราบขุนคิริข้น
ขาดสลาย แลแม่
รักบ่หายตราบหาย
หกฟ้า
สุริยจันทรขจาย
จากโลก ไปฤา
ไฟแล่นล้างสี่หล้า
ห่อนล้างอาลัย
140.ตราบที่ภูเขาสลายไป รักพี่ไม่หายไปจากฟ้าทั้งหก ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์จะสลายไปจากโลก ไฟจะล้างทั้งสี่ทวีป ก็ไม่อาจล้างความอาลัยเลย

อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

สรุป อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง
ผู้แต่ง
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ลักษณะการประพันธ์ กลอนบทละคร
สรุปเรื่อง
เมื่ออิเหนาได้จินตะหรา ธิดาท้าวหมันหยาเป็นชายา และไม่ยอมกลับไปอภิเษกกับบุษบา ท้าวดาหากริ้วมากจึงประกาศว่า กษัตริย์ผู้ใดมาขอบุษบาก็จะยกให้ ระตูจรกา อนุชาของระตูเจ้าเมืองล่าสำ ได้เห็นรูปบุษบาได้มาสู่ขอบุษบาเป็นคู่ตุนาหงัน ในเวลาใกล้ๆกันนั้น วิหยาสะกำเจ้าชายหนุ่มรูปงาม โอรสของท้าวกะหมังกุหนิงได้ส่งทูตไปขอบุษบา แต่ถูกท้าวดาหาปฏิเสธ จึงเรียกน้องชายที่เป็นเจ้าเมืองประหมัน และปะหยังมาช่วยรบ แม้น้องชายทั้งสองของท้าวกะหมังกุหนิงจะทรงทัดทานมิให้ทำศึกแต่ก็มิอาจทำให้ทรงเปลี่ยนพระทัยได้เลย
ฝ่ายท้าวดาหา ได้ส่งข่าวศึกไปยังเมืองกุเรปัน ซึ่งทรงใช้ให้กะหรัดตะปาตี ยกทัพมาพร้อมกับทรงมีราชสาส์นไปถึงอิเหนากับท้าวหมันหยา อิเหนาจึงยกทัพมาพร้อมกับระเด่นดาหยนคุมกองทัพหมันหยามาด้วย ด้านเมืองกาหลังได้ส่งตำมะหงงและดะหมังยกทัพมาช่วย เมืองสิงหัดส่าหรีได้ให้สุหรานากงยกทัพมาช่วย
ในการรบวิหยาสะกำเข้ารบกับสังคามาระตาและถูกสังคามาระตาแทงด้วยทวนจนถึงแก่ชีวิต ท้าวกะหมังกุหนิงเข้ารบกับอิเหนาและถูกอิเหนาใช้กริชแทงถึงแก่ชีวิตเช่นกัน ฝ่ายระตูทั้งสองคือ ท้าวประหมันและท้าวปะหยังเห็นเหตุการณ์ดังนั้นจึงขอยอมแพ้แก่อิเหนาในที่สุด
ประโยชน์และคุณค่าที่ได้จากเรื่อง
1.ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
2.ให้ความรู้เกี่ยวกับบทละครและความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีไทย
3.ให้คติข้อคิดต่างๆ เช่น เรื่องสงครามจะนำมาสู่ความหายนะ และในเรื่องการแสดงให้เห็นถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

แต่งสวยตามราศี(ต่อ)

วันนี้มาต่อกันกับราศีมีน และ ราศีเมษ
สาวราศีมีน(16 มี.ค. – 15 เม.ย.)สาวราศีมีนมีรอยยิ้มน่ารัก ชอบแต่งตัว รักสวยรักงาม มีน้ำใจและเอื้ออารี มีพลังดึงดูดใจด้วยดวงตาหวานจับใจ ควรใช้สีชมพูอมม่วงอ่อน สีเขียวอ่อน หรือสีควันบุหรี่ประกายขาวสดใส แก้มควรใช้บลัชออนสีชมพูอ่อน ชมพูม่วง และสีส้มอิฐ ริมฝีปากสีชมพูประกายสดใสและชมพูประกายม่วง สาวมีนควรใส่ใจกับใบหน้าและรอยยิ้ม เพื่อเสริมให้สาวธาตุนี้มีชีวิตชีวาเสมอ
สาวราศีเมษ(16 เม.ย. – 15 พ.ค.)สาวธาตุไฟ โดดเด่น เชื่อมั่นในตัวเองสูง มีบุคลิกเฉพาะตัว ดวงตาของสาวธาตุไฟควรปัดมาสคาร่าสีสว่าง เน้นเปลือกตาด้วยสีเงิน สีบรอนซ์ สีชมพูแดง และสีน้ำตาลทอง โหนกแก้มสว่างด้วยการใช้สีบรอนซ์เงิน สีม่วงและสีส้มแดง ริมฝีปากเพิ่มความมันวาวด้วยสีชมพูแดง ส้มโอลด์โรส ชมพูประกายใส น้ำตาลแดงและแดงแตงโม จะมีพลังในตัวเอง น่าค้นหา มีเสน่ห์ไม่รู้จบ

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

แต่งสวยตามราศี (ต่อ)

วันนี้มาสวยกันต่อแล้วกันกับ
สาวราศีมังกร(16 ม.ค. – 15 ก.พ.)
คุณคือสาวธาตุดินผู้ปราดเปรียวมีพลังสร้างสรรค์ ชอบชีวิตอิสระบุคลิกคล่องแคล่ว ควรใช้สีสันของธาตุไฟเสริมราศี ดวงตาใช้สีส้ม น้ำตาล น้ำตาลทอง โหนกแก้มปัดด้วยสีโทนชมพู ส้ม อิฐ สีโอลด์โรส เพิ่มรอยยิ้มด้วยสีแดงกุหลาบ ส้มโอลด์โรส ชมพูเหลือบม่วงหรือน้ำตาลเหลือบม่วง
สาวราศีกุมภ์(16 ก.พ. – 15 มี.ค.)
สาวราศีกุมภ์คือสาวธาตุลม สดใส ร่าเริง เจ้าความคิด มีพลัง ควรใช้สีสันที่เป็นธรรมชาติ เน้นริมฝีปากด้วยสีสว่างสดใสเช่น แดงอมชมพู ชมพูเหลือบม่วง และชมพูประกายสดใส เสริมความมั่นใจด้วยไฮไลท์ที่สันจมูก ดวงตาสีท้องฟ้าประกายเหลือบทอง สีชมพูอ่อนหรือสีบรอนซ์เงิน ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อน ชมพูอ่อน ม่วงอ่อน เพื่อสุขภาพผิวสดใส โดดเด่นชวนมอง